หน้าหลักกิจกรรม - ความเคลื่อนไหวเอกสารประกอบการชุมนุมวีดีโอคลิปกำหนดการ-ตารางเวลาลิงค์ติดต่อเรา

              อาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานจัดประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก (SIGNIS World Congress 2009) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพด้านสถานที่ ได้ประชุมเพื่อติดตามงานทุกๆ เดือน ครั้งล่าสุดได้ประชุมที่ศูนย์การประชุมเอ็มเพรส และศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่
       นักสื่อสารมวลชนคาทอลิกจะมาร่วมประชุมประมาณ 400 คน จากกว่า 100 ประเทศใน 5 ทวีป ในหัวข้อการประชุม “สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ: สิทธิของเด็กและสัญญาแห่งอนาคต” (Media for a Culture of Peace : Children’s rights tomorrow’s promise) ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2009 ที่ศูนย์ประชุมเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ก็จะมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมประชุมด้วย
        
       “อุดมสาร” ได้เรียนสัมภาษณ์พระสังฆราชฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขสังฆมณฑล เจ้าภาพ คุณพ่อสุพจน์ ฤกษ์สุจริต คุณพ่อชัชชัย รวมอร่าม และซิสเตอร์เฉลิมศรี มีศรี ในฐานะผู้เข้าร่วมประชุม

 

พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์

         ในฐานะที่พระคุณเจ้าเป็นประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ และสังฆมณฑลก็เป็นเจ้าภาพ ด้านสถานที่ในการจัดประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก (SIGNIS World Congress) ตอนนี้มีความพร้อมอย่างไรบ้าง และรู้สึกอย่างไรในฐานะเจ้าภาพด้านสถานที่
         พ่อได้ร่วมประชุมกับกรรมการจัดงานของส่วนกลาง และผู้แทนจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2009 ที่ศูนย์ประชุมเอ็มเพรส (ตรงข้ามศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่) มั่นใจว่าเรามีความพร้อม เพราะส่วนเนื้อหา วิทยากร กระบวนการจัด ทางส่วนกลางรับผิดชอบเต็มที่
         ความพร้อมในส่วนของเราคนไทย อ.ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง และทีมงานคนไทย รวมทั้งคุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม ช่วยประสานงานกับบุคลากรของโรงเรียน ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องต้อนรับแขก การแสดง อุปกรณ์ และที่สำคัญจะมีเยาวชน 100 คน ร่วมรับการอบรมในงานประชุมครั้งนี้ พ่อดีใจแทนเยาวชนและพวกเราคนไทยที่จะเข้าร่วมประชุมครั้งนี้จริงๆ เพราะเป็นงานพิเศษที่สมาชิกซิกนิสโลก ไว้ใจเราคนไทย ให้เกียรติเรา
         พ่อจึงรู้สึกดีใจมาก ที่ซิกนิสโลกมาเชียงใหม่ ในช่วงที่พ่อมาอยู่เชียงใหม่ อันที่จริง พ่อได้เข้าร่วมประชุม UNDA และ OCIC เมื่อ ค.ศ. 1990 ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพราะคุณพ่อวรยุทธชวนเข้าไป ยังนำสื่อบางรายการมาใช้จนกระทั่งทุกวันนี้ และทำให้พ่อเริ่มสนใจสื่อมวลชนมากขึ้น ในการสอนคำสอน 20 ปี หลังจาก 1990 พ่อมีโอกาสมาร่วมประชุมอีก คราวนี้พวกเราพร้อมมากขึ้นแน่นอน

       สังฆมณฑลจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการจัดงานครั้งนี้
       เพราะว่าครั้งหนึ่งสังฆมณฑลก็เป็นเจ้าภาพจัดงานชุมนุมการแพร่ธรรมในทวีปเอเชีย เมื่อ ค.ศ. 2006
       พ่อได้อ่านบทสัมภาษณ์ อาจารย์ชัยณรงค์ ที่ลงอุดมสาร (ฉบับที่ 30 ประจำวันที่ 19-25 กรกฎาคม 2009) ว่าเราเข้าประชุมโดยไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเทียนราคาสูง เมื่อเทียบกับชาวต่างประเทศ ชาวเชียงใหม่ ยิ่งเข้าร่วมประชุมได้ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำกว่าจากสังฆมณฑลอื่น เยาวชน 100 คน ยิ่งได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้นอีก มีโอกาสร่วมสัมผัส “สื่อสร้างวัฒนธรรม แห่งสันติ สิทธิของเด็กและสัญญาแห่งอนาคต”
       เด็กๆ ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษา และเตรียมใจให้รู้ว่าเป็นโอกาสพิเศษ (มิใช่ภาระ) เราโชคดี ชาวเชียงใหม่ขายของพื้นเมืองได้มากขึ้น เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นด้วย ชาวต่างประเทศต้องประทับใจกับพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ประทับใจกับบรรยากาศการประกาศข่าวดีของสังฆมณฑลเชียงใหม่ ถ้าเราช่วยกันต้อนรับ รับฟังสาระของการประชุมให้เข้าใจ และนำไปประยุกต์ใช้

        
พระคุณเจ้าคิดอย่างไรกับบทบาทของสื่อมวลชนในปัจจุบันและอนาคต
         พ่อมีโอกาสไปเรียนเรื่อง การอภิบาลเยาวชน และคำสอน ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน (ค.ศ. 1985-1988) ทำให้ทราบว่านักบวชคณะซาเลเซียนสนใจเรื่องสื่อมวลชน ผลิตสื่อทันสมัยสำหรับอภิบาลเยาวชน มีโอกาสพบคุณพ่อปีแอร์ บาแบง เป็นครั้งแรกและเข้าใจระดับหนึ่งถึงอิทธิพลของสื่อมวลชนยุคปัจจุบัน พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ สนใจสื่อสารสนเทศสมัยปัจจุบัน และใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี
         พ่อเองพยายามเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงาน และนักศึกษาสาขาวิชาคริสตศาสนศึกษา วิทยาลัยแสงธรรม ให้มีโอกาส และสนใจใช้สื่อที่เหมาะสมในการสอนคริสตศาสนธรรม มิฉะนั้น เด็ก เยาวชน และแม้ผู้ใหญ่ด้วย จะไม่สนใจ ข่าวดี ของเรา
         พ่อมีโอกาสไปเยี่ยมตามวัดในเขตสังฆมณฑลเชียงใหม่บ้าง จึงเห็นว่าจำเป็นต้องช่วยให้ครูคำสอน และ ซิสเตอร์ช่วยพระสงฆ์ให้สะดวกขึ้น ให้มีวิดีทัศน์พระคัมภีร์ 50 แผ่น ทุกศูนย์ใช้สอนคำสอน แผนกเยาวชนของเชียงใหม่ ผลิตวิดีทัศน์คาราโอเกะ 4 ชุดแล้ว พ่อจะสนับสนุนให้ครูคำสอนนำไปใช้ พ่อพยายามจะประสานงานให้บุคลากรในเชียงใหม่ร่วมมือกับคุณพ่อณรงค์ชัย หมั่นศึกษา ผู้รับผิดชอบด้านสื่อมวลชน ได้สามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไป พ่อดีใจที่มีสื่อมวลชนคาทอลิกไทยคอยชี้แนะเรา

คุณพ่อสุพจน์ ฤกษ์สุจริต

คุณพ่อสุพจน์ ฤกษ์สุจริต
ผู้รับผิดชอบสื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

         “ที่สนใจไปร่วมประชุม SIGNIS World ในครั้งนี้ ก็เพราะเคยร่วมการประชุมแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งก็ได้ข้อคิด และแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ คราวนี้การประชุม SIGNIS World มาจัดที่เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พิเศษมาก เพราะประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเวทีสำหรับการประชุมสำคัญของนักสื่อสารมวลชน คาทอลิกจากทั่วโลกเลยทีเดียว

         ตามปกติการประชุม SIGNIS World ในแต่ละครั้งก็มักจะมีหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจเสมอๆ สำหรับหัวข้อของการประชุมคราวนี้ที่เมืองไทย ก็น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของเด็กผู้จะเป็นอนาคตของโลกในยุคต่อไป คิดว่าประเด็นนี้น่าจะทำให้ได้ผลสรุปถึงแนวทางการสนับสนุนเด็กๆ ให้เจริญเติบโตในมิติต่างๆ อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการมองปัญหาและวิธีการปกป้องเด็กจากอันตรายที่จะแฝงมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถมีวิสัยทัศน์และตระเตรียมวิธีการที่จะจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้ยาวไกลยิ่งขึ้น

         หัวข้อสำหรับการประชุมครั้งนี้จึงเหมาะสมกับยุคกับสมัย ปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิตอลกำลังเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว ซึ่งมีทั้งผลดีมากมายแต่ในเวลาเดียวกันก็มีอันตราย ที่แฝงมาอยู่มากมายเช่นกัน
         ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องหันมามองเป็นพิเศษในเรื่องของการให้การศึกษาของโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการให้การศึกษาตามแนวทางของคาทอลิก ซึ่งจะว่าไปแล้วต้องพยายามปรับตัวอยู่เสมอ และมองไปยังอนาคตให้มากขึ้น
         อีกเรื่องหนึ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องหันมาใส่ใจเป็นพิเศษคือ บทบาทของสื่อสารมวลชนในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อเด็กและเยาวชนมาก เพราะเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่จะเชื่อสื่อมากจนขาดการคิดทบทวน สื่อจึงถูกใช้เพื่อปลุกปั่น กระแสความนิยม เพื่อผลทางการค้ามากเกินไป ซึ่งหลายครั้งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นผลดีต่อเด็กและเยาวชนเลย”

คุณพ่อชัชชัย รวมอร่าม
ผู้ประสานงานสื่อมวลชนคาทอลิกกัมพูชา

         “ความคาดหวังจากการเข้าประชุมสื่อมวลชนโลกครั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่า ช่วยกระตุ้นให้คนทำงานสื่อ โดย-เฉพาะสื่อมวลชนคาทอลิก ได้มีทิศทางไปในแนวเดียวกัน ตามแนวทางของพระศาสนจักรสากล เพราะงานนี้คงไม่ใช่แค่การประชุม แบ่งปันแลกเปลี่ยนเท่านั้น แต่เป็นการอบรม ให้แนวทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจจะกำลังเป็นที่สนใจในระดับโลก อีกเรื่องหนึ่งก็คือสำหรับผมแล้ว ถือว่าเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ของคนทำงานสื่อด้วยกันด้วย โดยเฉพาะผมได้พาเจ้าหน้าที่สื่อมวลชนทุกแผนกของสื่อมวลชนคาทอลิกกัมพูชา มาร่วมงานนี้ด้วย

         จากหัวข้อการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นเรื่องที่กำลังได้รับการสนใจในระดับโลก เพราะเด็กได้รับสื่อทุกวัน และสื่อกำลังเข้ามาทำบทบาทหน้าที่แทนพ่อแม่ ผมสังเกตเห็นที่พนมเปญนี้ว่า เด็กในเมืองหลวงที่เข้าถึงสื่อได้ เข้ารู้จักเล่นเกมส์ออนไลน์กันแล้ว ซึ่งน่าเป็นห่วงพอสมควร แต่สำหรับสถานภาพทั่วไป เด็กที่ประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะในชนบท ยังขาดการเข้าถึงสื่อมวลชนอยู่มาก และแม้จะเข้าถึงได้ ก็เป็นสื่อที่ไม่มีคุณภาพ รายการที่ให้ความรู้หรือการอบรมยังมีน้อย แต่ก็ยังเห็นแนวโน้มที่กำลังดีขึ้นด้วยเช่นกันครับ ดังนั้น หัวข้อการประชุมครั้งนี้ สำหรับที่ประเทศเขมรก็อาจจะเป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่เรื่องกำลังร้อนแรงในเขมรครับ

คุณพ่อชัชชัย รวมอร่าม

             สำหรับการศึกษาคาทอลิกที่กำลังยื้อยุดกันไปมาระหว่างคุณธรรมและการแสวงหาผลกำไร เป็นเรื่องท้าทายครับ เพราะการศึกษาคาทอลิก มุ่งสร้างคนที่มีคุณภาพตามแนวพระวรสารเป็นหลัก แต่มันก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างแยกกันไม่ออก บางครั้งต้องทำการตลาดด้วย ซึ่งบางแห่งก็ต้องต่อสู้กันแบบเลือดไหลซิบๆ กันไปเลย ผมคิดว่า สิ่งที่กำลังท้าทายมากๆ คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนคาทอลิกมีเอกลักษณ์เป็นโรงเรียนคาทอลิกให้สังคมรู้คุณค่าพระวรสารเมื่อได้มาเรียนกับเรา ซึ่งเรื่องบุคลากรในโรงเรียนก็ต้องรู้หลักปรัชญาของโรงเรียน อย่างชัดเจนด้วย ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์อย่างเดียว ซึ่งบางทีนโยบายก็คุมไม่ได้
         ตามธรรมชาติของสื่อมีอิทธิพลต่อเด็กมากอยู่แล้ว ผมยังจำได้เมื่อตอนเข้าร่วมประชุมการประชุมซิกนิสเอเชีย ที่ประเทศกัมพูชารับเป็นเจ้าภาพเมื่อปีที่แล้ว เรามีการประกวดสื่อ ซึ่งสื่อโฆษณาที่ได้อันดับหนึ่งคือเรื่อง ซูเปอร์แมน คือ เด็กที่ดูเรื่องซูเปอร์แมน ได้เลียนแบบโดยเหาะมาจากอาคาร ผมก็มีประสบการณ์ส่วนตัวในวัยเด็กเกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อ ในปัจจุบันครอบครัวต้องเป็นผู้กรองสื่ออย่างแรกให้กับเด็กๆ ต่อมาก็โรงเรียนและวัดช่วยอบรมให้เข้าใจอิทธิพลของสื่อ ซึ่งทางสื่อมวลชนคาทอลิกเราในทุกแขนงก็กำลังพยายามทำอยู่”

ซิสเตอร์เฉลิมศรี มีศรี

       ซิสเตอร์เฉลิมศรี มีศร คณะนักบุญยอแซฟแห่งการประจักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระกุมารสุรินทร์

         “ซิสเตอร์ตัดสินใจเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะได้รับความรู้ และแนวทางใหม่ๆ ในการให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ แก่เด็กและเยาวชน ที่ซิสเตอร์ต้องร่วมงานกับเขาในโรงเรียน ทั้งในโรงเรียนของคณะนักบุญยอแซฟแห่งการประจักษ์ และโรงเรียนของสังฆมณฑลอุบลราชธานีที่คณะร่วมงาน ให้รู้จักใช้สื่อสมัยใหม่นี้พัฒนาคุณภาพชีวิตเขาเหล่านั้นในทุกด้าน เพื่อเขาจะเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งครบตามพระประสงค์ของพระเจ้า

         หัวข้อการประชุมซิสเตอร์เห็นว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง เราต่างทราบดีว่าโลกปัจจุบันนี้มีสัญญาณอันตรายมากมายเหลือเกิน เป็นต้นในประเทศไทยของเรา เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่กระทบกระเทือนจิตใจเราชาวไทยทุกคน ซิสเตอร์ดีใจที่เห็นหัวข้อ “สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ” สันติภาพคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ซิสเตอร์หวังและอยากเห็นสื่อมาสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติให้เกิดขึ้นในโลกและบ้านเมืองของเราจริงๆ

             วิกฤติที่กำลังท้าทายการศึกษาคาทอลิก ก็คือ “วิกฤติศีลธรรม” ซึ่งก็เป็นวิกฤติของทุกสังคมในโลก รวมทั้งประเทศไทยของเรา และซิสเตอร์คิดว่า อิทธิพลที่ไม่ดีจากสื่อต่างๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤติศีลธรรมได้ เราจะเห็นว่า วิกฤติศีลธรรมในปัจจุบันกระทบกลุ่มเป้าหมายทางการศึกษาซึ่งก็คือเยาวชนชาย-หญิง ในโรงเรียน และผู้ที่ถูกท้าทายก็คือผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก ให้คิดหาวิธีสอนเยาวชน สู่ความเจริญทางปัญญา มีสมรรถภาพทางด้านร่างกาย จิตใจและวิญญาณที่ครบถ้วน จุดหมายหลักเพื่อรักษาคุณค่าและศักดิ์ศรีของมนุษย์

             เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สื่อนั้นทรงอิทธิพลมากเพียงใด มากจนน่าตกใจ เราคงต้องยอมรับความจริงว่า สื่อมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ต่อเด็ก เยาวชน สื่อส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน เป็นสื่อกระแสตลาดครองพื้นที่แทบทั้งหมด แต่ขาดพื้นที่ให้สื่อเพื่อเด็ก เยาวชน เพื่อเป็นทางเลือกหลักให้กับเด็กๆ รวมไปถึง โอกาสและพื้นที่ของเด็กสร้างสรรค์สื่อ เท่ากับว่า เราปล่อยให้อนาคตของสังคมไทยต้องอยู่กับสื่อที่มีแต่ความรุนแรง เพศที่ไม่เหมาะสม ภาษาที่หยาบคาย คงต้องเร่งการสร้างเสริมอย่างจริงจังและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเสียที เพราะในระหว่างการรอคอยการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เด็กๆ ของเรากำลังดูละครตบตีกัน เล่นเกมฟาดฟันกันอยู่ และสุดท้ายอนาคตของเด็กๆ และเยาวชนเหล่านี้จะเป็นเช่นไร”

ประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก 2009 - Chiang Mai Thailand : สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ : สิทธิเด็กและสัญญาแห่งอนาคต