หน้าหลักกิจกรรม - ความเคลื่อนไหวเอกสารประกอบการชุมนุมวีดีโอคลิปกำหนดการ-ตารางเวลาลิงค์ติดต่อเรา

              ศาสตราจารย์ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เปิดใจให้หนังสือพิมพ์อุดมสาร  สัมภาษณ์ถึงเรื่องสันติภาพ - สิทธิของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัจจุบันและอนาคตของชาต โอกาสประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก SIGNIS World Congress  2009 ในหัวข้อ “สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ: สิทธิของเด็กและสัญญาแห่งอนาคต” ในฐานะที่ท่านประธานมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและกิจการของเด็กและเยาวชน

มองเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้อย่างไร

เด็กและเยาวชนในปัจจุบันต่างจากอดีตมาก ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ โลกาภิวัตน์ และการมุ่งเน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เด็กในปัจจุบันจึงเป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าทำ รู้จักคิด รู้จักทำ มากกว่าสมัยก่อน จนบางขณะเด็กคิดล้ำหน้าไกลกว่าที่ผู้ใหญ่จะคิดเสียอีก เรียกง่ายว่า เด็กนั้นเก่งและฉลาดกว่าในอดีต

  เป็นห่วงเด็กในกระแสโลกาภิวัตน์ไหม ??

โลกาภิวัตน์ทำให้โลกแคบลง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากเห็นอยากพบหาง่ายในเวลารวดเร็ว อยากรู้อะไรก็สื่อสารได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีก็ต้องมีอีกด้านที่ไม่ดี นั่นคือ การที่เด็กและเยาวชนได้รับรู้รวดเร็วรับรู้อะไรมากมายทำให้เด็กเป็นเด็กที่รวดเร็วทั้งการตัดสินใจการใช้ชีวิต โดยเฉพาะทางด้านการเรียนรู้นั้นความละเอียดอ่อนทางด้านความคิดนั้นขาดหายไป การสั่งสมความคิดต่างๆ ไม่มีระบบที่ดี รวมถึงแบบอย่างการใช้ชีวิตโดยไม่ได้ไตร่ตรองว่าเหมาะสมกับตนหรือไม่ กลายเป็นมุ่งวัตถุนิยมและเลียนแบบสิ่งผิดๆ มากมาย

ประเทศไทยได้เกียรติให้เป็นเจ้าภาพด้านสถานที่ในการจัดประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก (SIGNIS World Congress ๒๐๐๙) มีนักสื่อสารมวลชนจากหลายทวีป หลายประเทศ และหลายท่านมาประชุม คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง

  1. มีประโยชน์ต่อการเผยแพร่ประเทศไทยให้ผู้ที่มาประชุมซึ่งเป็นสื่อมวลชนจากทุกมุมโลกให้ได้เผยแพร่ประเทศไทยให้ประชาชนในประเทศต่างๆ ได้รู้จักประเทศไทยในหลายๆ แง่มุมที่ดี เช่นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม
  2. สร้างความเข้าใจอันดีในสถานการณ์ที่ประเทศไทยได้ผ่านวิกฤติทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาให้ผู้มาประชุมได้รับทราบเพื่อนำไปถ่ายทอดต่อ

การประชุมครั้งนี้ใช้หัวข้อ “สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ : สิทธิของเด็กและสัญญาแห่งอนาคต” ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร

มุมมองของการที่สื่อจะหันมาสร้างวัฒนธรรมการเสนอข่าวที่ดีนั้นเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อสังคมมาก บางขณะสื่อเองได้ทำร้ายสังคม เสนอข่าวในลักษณะล่อแหลมสองแง่สองมุม เมื่อเด็กและเยาวชนได้รับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ไม่อาจจะคิดวิเคราะห์ได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำหรือไม่ ไม่อาจจะแยกแยะได้ว่าอะไรจริงหรือเท็จ จึงเกิดการลอกเลียนแบบการประชุมที่มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวที่สร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องดี เด็กและเยาวชนจะได้รับการปกป้อง ป้องกัน เนื่องจากสื่อเองมีความระมัดระวังในการเสนอข่าวมากยิ่งขึ้น หลายครั้งได้เห็นข่าว เห็นโฆษณาแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลชัด เช่น ข่าวเด็กถูกข่มขืนถูกทำอนาจาร บุคคลที่ถูกกระทำจะมีการถูกนำเสนอข่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกทางสื่อหลายๆทาง ดังนั้นการที่สื่อเองมีความรับผิดชอบต่อสังคมจึงเป็นเรื่องที่น่ายกย่องและถูกต้องเหมาะสมตามจรรยาบรรณวิชาชีพของตนอย่างแท้จริง

ปัจจุบันสื่อฯ จรรโลงสังคมมากน้อยแค่ไหน

สื่อมวลชนเป็นสถาบันหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อประเทศที่กำลังพัฒนาและปกครองในระบอบประชาธิปไตย สื่อมวลชนทุกสาขาเป็นเวทีทางความคิดของประชาชนเพื่อการมีส่วนร่วม เพื่อการกำหนดทิศทางและนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ

ถ้าพิจารณาในบริบทของวัฒนธรรม เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันสังคมไทยกำลังถูกคุกคามจากการครอบงำทางวัฒนธรรมจากต่างประเทศที่ส่งผ่านในทุกสื่อ เด็กและเยาวชนรวมถึงคนในสังคมไทยได้รับผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบ วัฒนธรรมที่ได้รับมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและดำเนินชีวิตประจำวัน รัฐควรกำหนดนโยบายการสื่อสารที่ชัดเจนในการเปิดรับการเผยแพร่ของสื่อมวลชนจากต่างประเทศ สื่อมวลชนในประเทศไทยควรร่วมมือกับภาครัฐในการทำให้สังคมไทยเข้มแข็ง ด้วยการ สร้างการติดต่อทางวัฒนธรรมที่ถูกต้อง พัฒนาการเจริญเติบโตทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ปกป้องการรุกรานทางวัฒนธรรม  สร้างมาตรฐานร่วมกันทางวัฒนธรรมและธำรงรักษาฉันทานุมัติทางวัฒนธรรม

ในส่วนของการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชนในปัจจุบัน หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้สื่อทบทวนเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารที่มีผลกระทบในทางลบต่อคนในสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน  วุฒิสภาเองตระหนักถึงเรื่องนี้ โดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้ทำการพิจารณาศึกษา เรื่อง เสรีภาพสื่อ...พัฒนาหรือทำร้ายสังคมไทยอย่างไร  ซึ่งก็มีผลสะท้อนจากผู้เข้ารับการสัมมนาทั้งสื่อมวลชนและผู้แทนจากหลายหน่วยงาน รวมถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำข้อเสนอแนะส่งไปยังสถาบันสื่อมวลชนและรัฐบาลหลายประการ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา คือ

๑. รัฐต้องเร่งพิจารณาดำเนินการให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสช) เข้ามาทำงานได้อย่างเต็มที่และทันท่วงทีเพื่อควบคุมตรวจสอบสื่อ ซึ่งในระหว่างไม่มี กสช. นายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่(พ.ศ. ๒๕๔๓) ม.๘

๒. รัฐควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณผ่านทางหน่วยงานของรัฐให้สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องมีการดำเนินรายการเพื่อเป็นประโยชน์และพัฒนาสังคม

๓. รัฐควรสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาคุณภาพภาควิชาชีพสื่อเพื่อทำหน้าที่ฝึกอบรมบุคลากรสื่อสีขาวให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น เลือกเสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์และทำงานเชิงวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อโดยรวม

๔. รัฐควรกำหนดนโยบายให้มีการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ความรู้ประชาชนเพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ที่ได้กลั่นกรองแล้วแก่ประชาชนเพื่อโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

๕. รัฐควรมีมาตรการในการสนับสนุนสื่อมวลชน โดยให้ผู้ประกอบการสื่อกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์การวัดคุณค่าของผลงานบนหลักการของจริยธรรมในวิชาชีพของสื่อมวลชน

๖. สถาบันสื่อมวลชนควรผลิตและเผยแพร่ภาพข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ และสถาบันสื่อมวลชนควรร่วมมือกันในการตรวจสอบสื่อกันเอง เพื่อพัฒนาและจรรโลงสังคมไทย

ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่า สื่อมวลชนจะจรรโลงสังคมไทยได้ต้องเกิดจากความรับผิดชอบ จิตสำนึก และหน้าที่หลักในวิชาชีพสื่อ ของสื่อมวลชนเองประกอบกับรัฐต้องมีนโยบายในด้านการสื่อสารของชาติที่ชัดเจน เพื่อจะได้ร่วมมือกันในการปกป้องการรุกรานทางวัฒนธรรม และนำเสนอข้อมูลข่าวสารความเป็นจริง สิ่งที่สร้างสรรค์ สังคม ในทุกมิติ ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เพื่อจรรโลงให้สังคมไทยเข้มแข็งและอนุรักษ์เอกลักษณ์ความเป็นชาติไทยให้ยั่งยืน

สิทธิของเด็กและเยาวชนในประเทศไทยท่านมีทัศนคติอย่างไรบ้าง

สิทธิของเด็กนั้นหลักๆ คือ สิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิขั้นพื้นฐานที่มีมาแต่เกิด สิทธิในการได้รับการปกป้องจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ สิทธิในการพัฒนาทางร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านความรู้สึกนึกคิด สิทธิในการมีส่วนร่วมในการแสดงออกทางด้านความคิด

สิทธิต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิทธิของเด็กที่พึงได้รับ แต่ในประเทศไทยนั้นสิทธิของเด็กและเยาวชนจะถูกละเลย ผู้ใหญ่มักคิดว่าสิทธิของเด็กเป็นเรื่องของเด็ก แต่แท้จริงแล้วสิทธิของเด็กจะเกี่ยวพันกับบุคคลทุกวัย เกี่ยวพันกับพ่อแม่ พี่น้อง เกี่ยวพันกับสังคม พบว่าเด็กและเยาวชนในประเทศไทยถูกละเมิดสิทธิมาก เนื่องจากการที่สังคมยังไม่ได้ให้ความสนใจ สังคมยังไม่รู้ ไม่ตระหนัก สิทธิของเด็กในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนต้องช่วยกันพัฒนาและสร้างให้ดีขึ้น

ประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก 2009 - Chiang Mai Thailand : สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ : สิทธิเด็กและสัญญาแห่งอนาคต