หน้าหลักกิจกรรม - ความเคลื่อนไหวเอกสารประกอบการชุมนุมวีดีโอคลิปกำหนดการ-ตารางเวลาลิงค์ติดต่อเรา

                สรุปเนื้อหาจากวิทยากรหลัก SIGNIS WORLD CONGRESS  วันที่ 19 ตุลาคม 2552
Keynote Speaker: Professor Jose De Mesa

               ศาสตราจารย์ โฮเซ่ เดอ เมซ่า ได้เปิดประเด็นการบรรยายในหัวข้อ “เทววิทยาแห่งการสื่อสาร” โดยสรุปประวัติศาสตร์ในช่วงการเริ่มต้นปฏิรูปกิจการในบริบทต่างๆของพระศาสนจักรคาทอลิกระหว่างปี ค.ศ.1962 – 1965 ซึ่งได้มีการจัดสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ศาสตราจารย์ โฮเซ่ กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้ กิจการการสื่อสารของพระศาสนจักรนั้น “มีช่องว่างทางการสื่อสารระหว่างพระศาสนจักรกับอาณาจักร (โลก)”

               ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ขององค์สมเด็จพระสันตะปาปา ปีโอที่ 12 พระสันตะปาปา ยอห์นที่ 23 ได้รับการสถาปนาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งสันตบิดร พระองค์เองเป็นผู้ที่มีบทบาทในการแต่งตั้ง Ecumenical Council ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นสมณกระทรวงในที่สุด

               พระสมณสาส์นที่สำคัญที่ ศาสตราจารย์ โฮเซ่ แนะนำให้ศึกษาซึ่งครอบคลุมแกนหลักของเทววิทยาและปรัชญาทางด้านการสื่อสารของพระศาสนจักร มีดังต่อไปนี้ คือ (1) Gaudium et Spes, (2) Lumen Gentium, (3) Sacrosanctum Concilium, (4) Dei Verbum

               จากสภาพการณ์ที่ศาสตราจารย์ โฮเซ่ ระบุว่า “มีช่องว่างทางการสื่อสารระหว่างพระศาสนจักรกับอาณาจักร(โลก)” พระศาสนจักรจึงมีความจำเป็นในการอ่านและตีความสัญลักษณ์แห่งกาลเวลาให้ละเอียดและถูกต้องเพื่อที่จะแสวงหาหนทาง วิธีการประกาศพระวาจาขององค์พระคริสตเจ้าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อที่จะแสวงหาหนทางที่พระศาสนจักรและอาณาจักรสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้อีกครั้ง

               คำศัพท์หลัก 2 คำที่สำคัญ คำหนึ่งเป็นภาษาอิตาเลียน อีกคำหนึ่งเป็นภาษาลาตินที่สามารถอธิบายแนวคิดปรัชญาหลักของสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 นั่นคือ “Aggiornamento” การต่ออายุหรือการปรับสู่สิ่งใหม่ กับคำว่า “Ad Fontes” คือ การกลับไปสู่แหล่งกำเนิดหรือพื้นฐานของทั้งหมด

                การปรับปรุงสู่สิ่งใหม่ของมิติทางด้านการสื่อสารนั้นจะช่วยให้พระศาสนจักร สามารถสื่อสารประกาศพระวาจาของพระคริสตเจ้าได้มีประสิทธิภาพขึ้น และทำให้พระศาสนจักรสามารถปรับตัวให้ทันสมัย สามารถตอบและสื่อต่อประเด็นคำถามต่างๆในสังคมปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที

               การกลับไปสู่แหล่งกำเนิดหรือแก่นกลางของทั้งหมด จะช่วยทำให้พระศาสนจักรสามารถสื่อสารข่าวสารออกไปได้อย่างมั่นคงตามเจตนารมณ์ของพระวรสาร ศาสตราจารย์ โฮเซ่ นำเสนอว่า พระศาสนจักรควรมีการทบทวนและตรวจสอบในลักษณะทบทวนกลับไปมา ถึงต้นตอแหล่งความเชื่อ(หัวใจหลัก)ในพระวรสารอยู่เสมอ กระบวนทัศน์ดังกล่าวเปรียบเสมือน กีฬาปิงปองที่มีการเปลี่ยนถ่ายกลับไปกลับมาเสมอ หรือที่ ศาสตราจารย์ โฮเซ่ นิยามว่า “ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยการกลับมาทบทวนถึงจุดกำเนิดหรือหัวใจอยู่เสมอ” (“Moving Forward” by “Moving Back”)

               พระสมณสาส์นที่สำคัญที่ศาสตราจารย์ โฮเซ่ อ้างอิงถึง คือ พระสมณสาส์น Dei Verbum ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับกิจการด้านสื่อสารของพระศาสนจักร เฉกเช่นพระสมณสาส์น “Inter Mirifica” (เครื่องมือแห่งสื่อสารมวลชน) แต่พระสมณสาส์น Dei Verbum ได้ฉายภาพถึงแก่นกลางทางด้านเทววิทยาแห่งการสื่อสารเอาไว้

               ใน Dei Verbum ได้สะท้อนเทววิทยาแห่งการสื่อสารไว้กล่าวโดยสรุปคือ พระเยซูคริสตเจ้าคือศูนย์กลาง พระวาจาของพระคริสต์คือเนื้อหาใจความหลักของการสื่อสารของพระศาสนจักร พระวาจาของพระองค์ คือแรงบันดาลใจและแบบฉบับของกิจการสื่อสารของพระศาสนจักร

               พระเป็นเจ้าได้สื่อตัวพระองคืเองผ่านองค์พระคริสต์ ในบริบทดังนี้ (1) พื้นฐานความเชื่อและความรัก อ้าง “จงมีความรักเถิดเพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน” (1 ยน. 4:19), (2) แรงบันดาลใจและพลังผลักดันกิจการของพระศาสนจักร “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน. 3:16) , (3) แบบฉบับวิถีการปฏิบัติ “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลายให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” (ยน. 13:34 )

               ศาสตราจารย์ โฮเซ่ เน้นว่า “องค์พระคริสตเจ้า คือ ศูนย์กลางที่สำคัญของคริสตศาสนา หากไร้ซึ่งองค์พระเยซูย่อมไม่มีคริสตศาสนา” สิ่งที่พระคริสต์ตรัสคือ สิ่งที่พระเป็นเจ้าประสงค์ที่จะสื่อสารกับมนุษย์

ในสถานะผู้สื่อสารความเชื่อเราควรพิจารณาต่อประเด็นทางเทววิทยา ดังต่อไปนี้

(1) อะไรเป็นสิ่งที่พระเป็นเจ้าต้องการสื่อสารถึงเรา

(2) วัตถุประสงค์เป้าหมายที่พระองค์ต้องการสื่อสารกับมนุษย์

(3) มิติด้านเวลาที่พระองค์สื่อสาร

(4) มิติด้านสถานที่/ช่องทางที่พระองค์สื่อสาร

(5) วิธีการที่พระองค์เลือกสรรที่จะสื่อสารกับมนุษยชาติ
 

                พระวาจาที่สื่อผ่านองค์พระคริสตเจ้าบ่งบอกชัดเจนถึงความสัมพันธ์ในมิติแห่งการสื่อสารระหว่างพระเป็นเจ้ากับมนุษยชาติ

                คำตอบของคำถามเบื้องต้นสามารถจำแนกออกเป็นข้อดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ (1) สิ่งที่พระเป็นเจ้าต้องการสื่อสารกับเรา คือ “ชีวิตและความรัก” “เกี่ยวกับพระองค์”

ประเด็นที่ (2) เป้าหมายหลักคือ การสื่อถึง “ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข” และ “พันธกิจศักดิ์สิทธิ์” ที่เกี่ยวข้องกับมวลมนุษยชาติ

ประเด็นที่(3) พระองค์สื่อสารกับมนุษย์อยู่ตลอดเวลา

ประเด็นที่(4) ช่องทางที่พระองค์สื่อสาร คือ ผ่านทางประวัติศาสตร์และผ่านทางประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนในทุกๆวัน

ประเด็นที่(5) วิธีการที่พระองค์เลือกสรรในการสื่อสารคือ ผ่านหนทางแห่งวิถีชีวิตและความสนิทสัมพันธ์กับพระองค์

เขียนโดย signisworldcongress09  
ติดตามสรุปการประชุม SIGNIS WORLD CONGRESS 2009 ภาคภาษาไทยได้ที่ 
www.signisthailand.blogspot.com

ประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก 2009 - Chiang Mai Thailand : สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ : สิทธิเด็กและสัญญาแห่งอนาคต