หน้าหลักกิจกรรม - ความเคลื่อนไหวเอกสารประกอบการชุมนุมวีดีโอคลิปกำหนดการ-ตารางเวลาลิงค์ติดต่อเรา

เชียงใหม่  |  เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2009 พระอัครสังฆราชซัลวาตอเร เปนนักคีโอ เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย เป็นประธานลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พร้อมด้วยพระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และประธานสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่  พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประมุขสังฆมณฑลจันทบุรี และพระสังฆราชเฟลิกซ์ จากไนจีเรีย รวมทั้งนักสื่อสารมวลชนคาทอลิกจากทั่วโลก ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

จากนั้นพระสมณทูตเป็นประธานพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเปิดการประชุมซิกนิสเวิลด์ (SIGNIS World Congress) และฉลอง 80 ปีองค์กรซิกนิส โดยอาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย เป็นประธานจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 569 คน จาก 69 ประเทศทั่วโลก ในหัวข้อ “สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ: สิทธิของเด็กและสัญญาแห่งอนาคต” (Media for a Culture of Peace: Children’s Rights, Tomorrow’s Promise)

เนื้อหาการประชุมเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กโดยมีนักเรียน100 คน จากโรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย เป็นผู้แทนเด็กทั่วโลกเข้าร่วมประชุมและทำกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้เด็กได้รับรู้ถึงผลกระทบของสื่อ และได้รับรู้ถึงสิทธิของเขาผ่านทางกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวเยาวชน ซึ่งเป็นผู้แทนเยาวชนจากประเทศต่างๆ ร่วมกันผลิตสื่อและนำเสนอผลงานของเขา

พระสมณทูตให้ข้อคิดกับนักสื่อสารมวลชนว่า “วันนี้เป็นวันแพร่ธรรมสากล ขอให้ท่านร่วมมือกันในนามของพระคริสตเจ้า นำข่าวดีมาสู่โลก ขอให้เราที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชนได้ให้คำมั่นว่าจะนำคำสอนของพระเยซูเจ้ามาเป็นแนวทางในการเป็นผู้นำข่าวให้แก่สังคมโลกด้วยการเป็นผู้รับใช้ของพระเยซูเจ้า”

พระอัครสังฆราชเคลาดิโอ เชลลี ประธานสมณสภาสื่อสารมวลชนแห่งสันตะสำนัก กล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุมผ่านทางวิดีทัศน์ ความว่า “แนวคิดหลักของการประชุมในครั้งนี้เป็นหัวข้อที่ทันสมัยและมีความสำคัญยิ่ง นัยความสำคัญของหัวข้อการประชุมสามารถจำแนกออกเป็น 2 บริบทหลักคือ การปกป้อง  และการส่งเสริมศักยภาพของเด็กๆ ซึ่งเป็นหลักการที่จำเป็นยิ่งในการสร้างประชากรที่ดีมีคุณภาพในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะคริสตชนต้องตระหนักให้ได้ว่า  นี่คือภารกิจความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุด เด็กๆ คือสมาชิกมีค่าและสำคัญที่สุดของสังคม  ดังนั้นเราคริสตชนจึงมีพันธกิจทางจริยธรรมในการเสริมสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า เด็กๆ ของเราจะได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่จากภยันตรายทั้งปวง  ทั้งนี้สันติสุขของมวลมนุษยชาติย่อมผูกพัน  และตั้งอยู่บนหลักกการขั้นพื้นฐานแห่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และการปกป้องผู้ที่อ่อนแอที่สุด

ในสาส์นขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 โอกาสวันสันติภาพสากลในปีนี้ พระองค์ได้ทรงเน้นความสำคัญของการปกป้องสวัสดิภาพและสิทธิของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะการเผชิญหน้ากับปัญหาความยากจนอันส่งผลกระทบกับผู้คนจำนวนมาก  พระองค์ทรงเขียนไว้ว่า “เมื่อความยากจนยากไร้เข้าสู่ครอบครัว  เด็กๆ ก็จะกลายเป็นเหยื่อของความยากลำบากดังกล่าวนี้ กล่าวคือเด็กๆ นับเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีชิวิตอยู่ท่ามกลางความยากแค้นในโลกปัจจุบัน… และเมื่อครอบครัวในปัจจุบันอ่อนแอตกอยู่ในสภาวะยากแค้น  จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เด็กๆ จะเป็นผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ระทมนั้น และหากศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของสตรีและผู้ที่มีบทบาทเป็นแม่ไม่ได้รับการปกป้อง  นั่นหมายถึงว่าเด็กๆ จะตกเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงในที่สุด” ความจริงแท้ในการสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติสุขนั้นย่อมขึ้นอยู่การต่อสู้และบรรเทาอุปสรรคแห่งความยากจนที่มีผลต่อการลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์  ที่มีผลกระทบส่วนมากต่อเด็กๆ ในสังคม

สิ่งที่ชัดเจนยิ่งในสาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ นั่นคือเราในฐานะผู้สื่อสารคาทอลิกเราจะมีทีท่าและเผชิญหน้ากับปัญหานี้เช่นไร  ดังนั้นในโอกาสนี้ข้าพเจ้าจะขอแจ้งให้ท่านทั้งหลายทราบถึงวัตถุประสงค์หลักของการประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกในครั้งนี้ว่า การประชุมมีเป้าหมายหลักดังนี้

(1)    เพื่อสถาปนากระบวนการการปกป้องสิทธิของเด็กให้เป็นวาระสำคัญโดยสื่อผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติ
(2)    เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักสื่อสารคาทอลิกในการปฎิบัติพันธกิจในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิเด็ก
(3)  เพื่อร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติงานในด้านสิทธิเด็ก
(4)    เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานร่วมกันในงานด้านสื่อสารและสิทธิเด็ก

และอาศัยการสื่อสารแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคล เพื่อนร่วมวิชาชีพ และสื่อผ่านวัฒนธรรมที่หลากหลายในระหว่างการประชุม เป็นสิ่งที่มีความสำคัญโดยปราศจากข้อสงสัย  อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการทำงานในฐานะสื่อมวลชน  และในสถานะสมาชิกขององค์กรสื่อสารคาทอลิกสากล

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการประชุมครั้งนี้ นั่นคือ การมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะงานด้านสื่อศึกษา เพื่อเสริมพลังในการผลักดันให้เด็กๆ สามารถมีวิจารณญาณในการใช้สื่อและในที่สุดคือการมุ่งเสริมสำนึกความรับผิดชอบในการเป็นผู้ผลิตสารที่มีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ในกระบวนการการเตรียมความพร้อมผู้นำของสังคมในอนาคตเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติสุข  ต้องมุ่งเน้นความสำคัญในการปลูกฝังจริยธรรมตามหลักคริสตศาสนา  ต้องมุ่งเสริมสร้างปรัชญาและคุณค่าของจิตใจให้เป็นพื้นฐานให้เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน  ข้าพเจ้าจึงได้ไตร่ตรองและพิจารณาทบทวนถึงสาส์นขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 เนื่องในวันสื่อมวลชนสากล  ค.ศ. 2007 ซึ่งมีแนวคิดหลักในปีนั้นว่า “เด็กกับสื่อสารมวลชน สิ่งท้าทายสำหรับการศึกษา” ในสาส์นดังกล่าว องค์สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพิจารณาถึงการปลูกฝังเด็กๆ และวิธีการปฏิสัมพันธ์กับสื่อ

พระองค์ท่านได้บันทึกในสาส์นว่า “สิ่งที่ท้าทายการศึกษาในปัจจุบันบ่อยครั้งที่ผูกพันและเป็นผลจากอิทธิพลและแรงจูงใจของสื่อ และเมื่อพิจารณาในปรากฎการณ์สากลในยุคโลกาภิวัตน์  และในโลกแห่งความเจริญรุดหน้าของเทคโนโลยี  สื่อคือผู้กำหนดวัฒนธรรม และในบางครั้งเองมีผู้คนจำนวนหนึ่งกล่าวว่าในบางบริบทอิทธิพลของสื่อเองก็ส่งผลร้ายต่อสถาบันการศึกษา พระศาสนจักร และแม้กระทั่งสถาบันครอบครัวอีกด้วย” จนบางครั้ง ความเป็นจริง (สำหรับคนหลายคน) คือสิ่งที่สื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นความจริง  องค์สมเด็จพระสันตะปาปาได้ทรงแนะว่าให้เราพิจารณาประเด็นปัญหาในสองมิติ  กล่าวคือ 
“การปลูกฝังเด็กๆ โดยสื่อมวลชน  และการปลูกฝังเด็กๆ ให้ปฏิสัมพันธ์กับสื่อได้อย่างเหมาะสม การเสริมสร้างสิ่งนี้แน่นอนขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบทางสังคมของอุตสาหกรรมการผลิตสื่อ  ผู้ผลิตสื่อ และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของผู้รับสื่อ กรอบการเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งคือการฝึกอบรมวิธีการเลือกเปิดรับและใช้สื่ออย่างเหมาะสม  เพื่อเสริมสร้างคุณค่าพื้นฐานที่สำคัญสำหรับเด็กๆ ในด้านวัฒนธรรม  จริยธรรมและคุณค่าทางด้านจิตวิญญาณของผู้รับสารซึ่งเป็นผู้เยาว

และในท้ายที่สุดข้าพเจ้าขอขอบคุณผู้จัดงานและผู้ร่วมประชุมทุกท่านในการร่วมจัดกิจกรรมที่หลากหลายอันเกี่ยวข้องกับเด็ก เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราจะต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากเขาและเรียนรู้จากเสียงสะท้อนและตัวตนของเขา  เพราะพวกเด็กๆ เหล่านี้คือผู้ตอบรับการใช้สื่อสมัยใหม่เป็นกลุ่มแรก  เป็นผู้ใช้  พัฒนา และปฏิสัมพันธ์นวัตกรรมสื่อใหม่ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้สอนผู้ใหญ่ถึงวิธีการใช้นวัตกรรมเหล่านี้เสียอีกด้วย  ในขณะที่ผู้ใหญ่มีแนวโน้มที่จะคาดหวังว่าเด็กคือ “อนาคต”  เราควรเพิ่มเติมมุมมองใหม่สำหรับเด็กด้วยว่า เขาคือผู้ที่มีบทบาทเป็นผู้นำในโลกปัจจุบันอีกด้วย

สาส์นขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาเนื่องในวันสื่อมวลชนสากลในปีนี้  พระองค์ทรงเรียกร้องและสนับสนุนให้บรรดาเยาวชนคาทอลิกเป็นประจักษ์พยานและผู้สื่อสารความเชื่อผ่านสื่อในโลกยุคใหม่ “ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ท่านได้มีบทบาทในการเป็นผู้นำทางด้านคุณค่า  การสร้างสรรค์จรรโลงชีวิต  ในวัฒนธรรมและสภาวะสังคมในโลกยุคใหม่ โลกแห่งเทคโนโลยีการสื่อสาร ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการเป็นผู้นำในการประกาศพระวาจาในโลกดิจิตอลนั้นเป็นหน้าที่ของเยาวชนเช่นท่านทั้งหลาย  จงสร้างความเชื่อมั่นในการประกาศพระวรสารสู่เพื่อนผู้ร่วมสมัยของท่านด้วยจิตใจที่ร้อนรน”

ประชุมสื่อมวลชนคาทอลิกโลก 2009 - Chiang Mai Thailand : สื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ : สิทธิเด็กและสัญญาแห่งอนาคต